สารจากประธานกรรมการ

หน้าหลัก / ข้อมูลบริษัท / สารจากประธานกรรมการ

ในขณะที่ปี 2562 ได้ผ่านพ้นไป บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) พร้อมก้าวไปยังทศวรรษหน้า ด้วยความมุ่งมั่นในการให้บริการลูกค้าอย่างเต็มที่ ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความผันผวนทั่วโลก บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างวิสัยทัศน์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ทุกขั้นตอน ตั้งแต่จากฟาร์มถึงร้านค้า (Farm to Shelf) และมุ่งดำเนินการตามเป้าหมายของบริษัทฯ ในการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมหลักเป็นแป้งมันสำปะหลังในระดับภูมิภาคให้เป็นรูปธรรม โดยบริษัทฯ ได้ขยายกิจการไป 14 แห่งครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ปี 2562 นับเป็นปีแห่งความท้าทายสำหรับธุรกิจแป้งมันสำปะหลังของบริษัทฯ เนื่องจากบริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกองค์กรต่างๆ ในระดับมหภาค เช่น วิกฤติภัยแล้ง การแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง (Cassava Mosaic Virus) และการแข็งค่าของเงินบาท บริษัทฯ คาดว่าสถานการณ์วิกฤติภัยแล้งในประเทศไทยจะยังคงสืบเนื่องต่อไปอีกระยะเวลาหนึ่ง บริษัทฯ จึงจะจัดทำแผนปฏิบัติงานเพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งดังกล่าว นอกจากนี้ แรงกดดันจากปัจจัยภายนอกองค์กรในระดับมหภาคที่เกิดขึ้นในปี 2562 ส่งผลให้ราคาและปริมาณวัตถุดิบมีความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญและเป็นผลให้กำไรของบริษัทฯ ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ดี แม้ว่าปริมาณการส่งออกโดยรวมของประเทศไทยจะลดลงในอัตราร้อยละ 2 บริษัทฯ ยังสามารถผลักดันปริมาณการส่งออกให้เพิ่มขึ้นได้ในอัตราร้อยละ 18 ซึ่งเป็นผลจากการส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนและสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ซึ่งเป็นตลาดที่สำคัญของบริษัทฯ และบริษัทฯ ยังสามารถแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดจากคู่แข่งทางการค้าของบริษัทฯ ในขณะที่ยังสามารถคงไว้ซึ่งฐานลูกค้าหลักของบริษัทฯ ได้ต่อไป

บริษัทฯ ได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ห่วงโซ่อุปทานผ่านการพัฒนาการเกษตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Farming) การสร้างพันธมิตรและความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในพื้นที่และผู้เชี่ยวชาญธุรกิจเพื่อบรรเทาแรงกดดันเหล่านี้ บริษัทฯ ยังให้การสนับสนุนเกษตรกรในโครงการของบริษัทฯ จำนวนหลายพันคนผ่านโครงการนำร่องในการพัฒนาโรงงานชีวภาพและเทคโนโลยีการเพาะปลูกเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเพิ่มปริมาณสายพันธุ์ที่สมบูรณ์ บริษัทฯ ยังได้ขยายแพลตฟอร์มในการพัฒนาการเกษตรไปยังสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ราชอาณาจักรกัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อให้เป็นแหล่งวัตถุดิบทางเลือกของบริษัทฯ ในปี 2562 บริษัทฯ ได้ดำเนินการเชิงกลยุทธ์โดยการเข้าซื้อกิจการในอำเภอแม่สอด และเข้าซื้อกิจการบริษัท สำปะหลังพัฒนา จำกัด หรือ “TDC” อันเป็นกลยุทธ์การลงทุนขององค์กรในภาพรวมเพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ การบูรณาการส่วนงานบริหารและฝ่ายปฏิบัติการของกิจการที่บริษัทฯ ได้เข้าซื้อเป็นไปด้วยความราบรื่นและประสบผลสำเร็จ และบริษัทฯ จะขยายธุรกิจต่อไป

บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลังของโลก ผลิตภัณฑ์แบรนด์ Rose ของบริษัทฯ เป็นผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลังเพื่อการประกอบอาหารที่ได้รับความนิยมในสาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และในอาเซียน อีกทั้งบริษัทฯ มุ่งพัฒนากิจการเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์จากแป้งมันสำปะหลัง เพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดและปรับปรุงการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้นในตลาดต่างๆ เช่น สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประเทศญี่ปุ่น และสาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดยการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและผ่านช่องทางการตลาดที่สำคัญในปีนี้ เช่น งาน Food Ingredients China ในสาธารณรัฐประชาชนจีน งาน THAIFEX - World of Food Asia และงาน Food ingredients Asia เพื่อสนองตอบความต้องการของกลุ่มลูกค้ารายได้ปานกลางในทวีปเอเชียที่เพิ่มขึ้น บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะให้บริการลูกค้าด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลังและเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์แป้งต่างๆ เช่น แป้งมันสำปะหลัง แป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลังออร์กานิค และแป้งผสมต่างๆ อีกด้วย

ธุรกิจอาหารของบริษัทฯ เติบโตอย่างมั่นคงทั้งยอดขายจากการส่งออกและยอดขายในประเทศผ่านช่องทางธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่หน่วยรถขายเงินสด และการส่งออก ผลกำไรของธุรกิจอาหารเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 22 เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากการนำระบบอัตโนมัติมาใช้ในโรงงานและการดำเนินโครงการด้านนวัตกรรมต่างๆ รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการต่างๆ เพื่อลดต้นทุนการผลิต นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับอาหารระดับนานาชาติ ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ สามารถเข้าถึงลูกค้ารายใหม่และขยายเครือข่ายกับธุรกิจในกลุ่มสินค้าอุปโภคและบริโภค (FMCG) และธุรกิจค้าปลีกทั่วโลก เนื่องจากผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทฯ บางชนิดได้รับความนิยมจากลูกค้าในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป และตะวันออกกลาง นอกจากนี้ การขยายตลาดผลิตภัณฑ์เส้นก๋วยเตี๋ยวและการขยายธุรกิจในตลาดสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องเป็นตัวเลขสองหลัก และบริษัทฯ จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับรากฐานเหล่านี้ในขณะเดียวกันกับการพยายามเพิ่มยอดขายและพัฒนาการจัดจำหน่ายเพื่อขยายธุรกิจให้ครอบคลุมผู้บริโภคไปทั่วภูมิภาค

ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหารเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญรายการหนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และบริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นโดยกำหนดให้นวัตกรรมและความยั่งยืนเป็นวิสัยทัศน์หลักของบริษัทฯ ในระยะยาว ในปี 2562 บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับสถาบันวิจัยชั้นนำต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อสนับสนุนงานวิจัยเกี่ยวกับส่วนผสมใหม่จากพืช เทคโนโลยีด้านชีวภาพพลาสติกและโปรตีน กระบวนการผลิตใหม่และสูตรการผลิตใหม่ ทั้งนี้ บริษัทฯ สามารถดำเนินการดังกล่าวได้เนื่องจากศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งใหม่ซึ่งจัดตั้งอยู่ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ธุรกิจแป้งและอาหารของบริษัทฯ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 10 รายการ และบริษัทฯ จะพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อขยายธุรกิจและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่ออนาคต รวมถึงจะพัฒนานวัตกรรมที่เปิดกว้างเกี่ยวกับระบบนิเวศน์เพื่อการขยายเครือข่าย และการพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำในด้านการดัดแปลงอาหารการหมัก พลาสติกชีวภาพ และวิทยาศาสตร์พอลิเมอร์อย่างต่อเนื่อง

แม้ว่ากำไรสุทธิของบริษัทฯ ในปี 2562 จะลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังคงมีฐานะเงินสดและงบดุลที่แข็งแกร่ง บริษัทฯ ยังคงพิจารณาการลงทุนอย่างมีวินัยโดยวัดผลตอบแทนจากการลงทุนและดำเนินการตามนโยบายของบริษัทฯ ในการสร้างมูลค่าหุ้นระยะยาวสำหรับผู้ถือหุ้น และให้ความสำคัญกับการเพิ่มกระแสเงินสดที่ใช้ในการดำเนินงานซึ่งบริษัทฯ ได้กำหนดให้เป็นเกณฑ์ชี้วัดประสิทธิภาพของบริษัทฯ การดำเนินการอย่างรอบคอบและมีวินัยภายใต้กรอบนโยบายนี้ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารห่วงโซ่อุปทาน เงินทุนหมุนเวียน การบำรุงรักษาและการปรับปรุง และค่าใช้จ่ายในการลงทุนใหม่อีกด้วย

เมื่อพิจารณาผลประกอบการจากงบการเงินรวมของบริษัทฯ สามารถสรุปได้ว่าบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 68 ล้านบาท (0.08 บาท/หุ้น) สำหรับช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2562 คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติเสนอให้จ่ายเงินปันผลสำหรับรอบปีบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 เป็นเงินจำนวน 0.134 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวจะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นที่จะจัดขึ้นวันที่ 27 เมษายน 2563 นี้

บริษัทฯ ยังมีความภาคภูมิใจที่จะแจ้งให้ท่านทราบว่า บริษัทฯ ได้รับคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้อยู่ใน “รายชื่อหุ้นยั่งยืน (THSI)” สำหรับปี 2562 จากการที่บริษัทฯ ได้ผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืนในด้านการเพาะปลูก การรักษาสิ่งแวดล้อม มาตรฐานด้านความปลอดภัยและสุขภาพและยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินงานตามกรอบความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้อย่างแข็งขัน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับประกาศนียบัตร ESG 100 (Environmental, Social and Governance) ติดต่อกันเป็นปีที่สอง และได้รับรางวัลการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน (Sustainability Disclosure Award) เป็นครั้งแรกจากสถาบันไทยพัฒน์ และยังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในระดับ “ดีมาก” ในปี 2562 สำหรับแนวทางปฏิบัติด้านหลักธรรมาภิบาลจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ซึ่งรางวัลเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่จะขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสทั่วทั้งห่วงโซ่คุณค่าของบริษัทฯ

ตั้งแต่วันนี้และในวันข้างหน้า ครอบครัวไทยวาจะดำเนินกิจการด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเทในการปฏิบัติภารกิจตามวิสัยทัศน์ที่ได้วางไว้ โดยการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและยึดมั่นในความยั่งยืนในทุกขั้นตอนตั้งแต่ฟาร์มถึงร้านค้า (Farm to Shelf) และบริษัทฯ ขอขอบพระคุณทุกท่านสำหรับข้อเสนอแนะและการสนับสนุน เพื่อให้บริษัทฯ ก้าวต่อไปข้างหน้าในปี 2563 และในอนาคต


นายโฮ เรน ฮวา
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร